บันทึกโดย พี่หม่อง
 
   

  วันจันทร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ 
 

หลังจากที่น้องเอิ๊กและพี่หม่องได้คบหาดูใจกันมานานพอสมควร ในที่สุดก็ถึงวันสำคัญที่พี่หม่องจะได้ตัดสินใจทำสิ่งยิ่งใหญ่ในชีวิตก็มาถึง ในช่วงเย็นหลังเลิกงาน
ขณะที่เรากำลังเดินทางไปราชวัตรเพื่อหาซื้อของให้กับญาติผู้ใหญ่ของน้องเอิ๊ก เหตุเกิดขณะที่การจราจรติดขัดบริเวณถนนพระรามที่ ๖ หน้ากรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อน้องเอิ๊กได้กล่าวกับผมว่า ผมปฏิบัติต่อเธอและครอบครัวอย่างดีและมั่นคงมาโดยตลอด หากประสงค์สิ่งใดเป็นรางวัล ขอให้บอกมา หากสามารถให้ได้ เธอก็ยินดีจะให้ทุกอย่าง... 

   

ผมไม่รู้ว่าหากผมเอ่ยปากขอสิ่งที่อยู่ในใจของผมขณะนั้นออกไป ผลจะเป็นอย่างไร แต่ผมก็ตัดสินใจแล้วว่า หากผมยังคงเก็บความปรารถนานั้นไว้ในอก ผมจะไม่มีวันได้สมปรารถนาเป็นอันขาด   

ดังนั้น...ผมจึงขอเอ่ยปากขอเพียงสิ่งเดียวที่ปรารถนาที่สุดในชีวิตของผม...คือ  ผมขอแต่งงานกับน้องเอิ๊ก...

แล้วน้องเอิ๊กก็ตอบ "ตกลง"...

หลังคำตอบของเธอ โลกทั้งโลกของผมหยุดหมุน เวลาของผมหยุดนิ่ง เหลือไว้แต่ความดีใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และความปลาบปลื้มจนอกแทบระเบิด เมื่อความปรารถนาของผมได้รับการตอบสนอง เหมือนดังความฝันที่กลายเป็นความจริงขึ้นมา

บัดนี้ ผู้หญิงที่สวยและมีคุณค่าที่สุดในสายตาของผม ได้ตอบตกลงที่จะร่วมชีวิตกับผม

ผมตระหนักได้ทันทีว่า
ไม่มีอะไรในโลกที่ผมจะต้องการไปอีกมากกว่านี้อีกแล้ว...

   

 

  วันพฤหัสบดีที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ 

หลังจากที่น้องเอิ๊กตกลงยินยอมพร้อมใจที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับผมต่อไปในอนาคต ผมก็รู้ทีเดียวว่า ตลอดชีวิตโสดที่ผ่านมา ๔๐ กว่าปีของผม อยู่มาเพื่อรอผู้หญิงที่ "ใช่" คนนี้นี่เอง ความยินดีนี้คงไม่อาจเก็บเอาไว้คนเดียวได้ แต่ผมอยากประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ถึงความรักที่ผมมีต่อน้องเอิ๊ก และเป็นการให้เกียรติและความมั่นใจต่อเธอว่าผมมีความจริงใจเพียงใด

ตามปกติแล้วที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินใช้ระบบการเวียนหนังสือหรือแจ้งข่าวสารผ่านทางระบบ outlook ที่จะแสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของพนักงานทุกคนในเวลาเดียวกัน ผมจึงตกลงใจทำ "แถลงการณ์" ขึ้นมาฉบับหนึ่ง เพื่อจะแจ้งเวียนข่าวให้ทุกคนทราบโดยทั่วกันว่า น้องเอิ๊กและผมตกลงใจจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน โดยมีเนื้อหาสาระโดยสรุปในแนวขำๆว่า

 

แถลงการณ์ฉบับที่ ๑

วันพฤหัสบดีที่ ๖ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

ตามที่ได้สร้างความสับสนและคลุมเครือ จนเป็นที่สงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ในบ้านเมือง และประชาคมชาวสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว นั้น

บัดนี้ สมควรแก่เวลาแล้วที่คุณเอิ๊กและกระผม มีความยินดีที่จะแถลงการณ์ให้ทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกันว่า เราทั้งสองคนตกลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน รักห่วงใยอาทร และดูแลกันไปจนตลอดชีวิต ทั้งนี้ เราจะเข้าสู่พิธีหมั้นหมายกันตามประเพณีที่ดีงามของสยามประเทศในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ เดือนมกราคม พระพุทธศักราช ๒๕๕๑ เวลา ๐๗.๐๙ น. ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร โดยจะมีญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน ส่วนพิธีมงคลสมรสและงานฉลองมงคลสมรส ในเบื้องต้นนี้ คาดว่าจะจัดขึ้นเมื่อเตรียมการพร้อมแล้วในช่วงปลายปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ หรือต้นปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ ซึ่งเราทั้งสองจะได้เรียนเชิญทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมงานอย่างเป็นทางการต่อไป

   

ในการนี้ คุณเอิ๊กและกระผม ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนไม่ว่าในทางหนึ่งทางใด อันเป็นปฐมเหตุแห่งเป็นความสุขและเป็นมงคลของเราทั้งสองในวันนี้ และในอนาคตเปี่ยมสุขเบื้องหน้าที่กำลังจะมาถึง

ในส่วนของกระผมเอง ขอให้คำสัตย์และสัญญาต่อคุณเอิ๊ก และต่อทุกท่าน ว่าจะรัก ห่วงใย อาทร ดูแล ปกป้องคุ้มครอง คุณเอิ๊กและให้เกียรติเทิดทูนคุณค่าของคุณเอิ๊กไว้ในสถานะอันเหมาะสม จวบจนตลอดชีวิตต่อไป

จึงเรียนมายังทุกท่านเพื่อโปรดทราบ และขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

กมลธรรม  (หม่อง)
สิริรักษ์ (เอิ๊ก)


หลังจากส่ง "แถลงการณ์" ฉบับทีเด็ดออกไปทาง outlook ได้ไม่ถึงอึดใจ ก็มี mail ตอบกลับมานับสิบราย ตลอดจนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามจนรับแทบไม่หวาดไม่ไหว ว่าเป็นเรื่องจริงหรืออำกันเล่น (แหม...เรื่องพรรค์นี้ ระบุชื่อและรายละเอียดขนาดนี้ ถ้าเป็นการอำกันเล่น ผมก็คงโดนเล่นงานแล้วล่ะครับ) รวมไปถึงบรรดาเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่รีบแวะมาหาที่โต๊ะทำงานเพื่อแสดงความยินดีกับอย่างมากมาย

ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ผมไม่ทราบว่าในเช้าวันนั้น หลังจากที่ผมส่ง "แถลงการณ์" ผ่านทาง outlook ไปไม่กี่นาที ท่านผู้ตรวจการแผ่นดิน(นายปราโมทย์ โชติมงคล) ได้เรียกประชุมพนักงานทุกคน ดังนั้น วาระจรที่เป็นประเด็นฮอตในการประชุมครั้งนั้น จึงป็นเรื่องการแสดงความยินดีกับน้องเอิ๊กและผม ทำเอาเราเขินกันไปทั้งคู่เลยครับ

นอกจากนี้ ท่านผู้ตรวจการแผ่นดิน (นายปราโมทย์ โชติมงคล) ได้กรุณาเขียนคำแสดงความยินดีให้กับเราทั้งคู่ในท้ายแถลงการณ์ดังกล่าวอีกด้วย ความว่า

ผมและน้องเอิ๊กจึงขอกราบขอบพระคุณในความกรุณาของท่านมา  ณ โอกาสนี้


   
   วันอาทิตย์ที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๐ 

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของผม น้องเอิ๊กถามว่าผมอยากได้อะไรเป็นของขวัญในวันคล้ายวันเกิดในปีนี้ ผมได้ตอบไปว่า ไม่ต้องการสิ่งใดอีก เพราะผมได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเป็นของขวัญวันเกิดในปีนี้แล้ว ซึ่งก็คือ น้องเอิ๊ก นั่นเอง

อย่างไรก็ดี น้องเอิ๊กได้สร้างความประหลาดใจและความสุขในวันคล้ายวันเกิด โดยการทำบัตรอวยพรวันเกิดให้กับผมด้วยมือตนเอง ตามที่เห็นทางด้านซ้ายนี่น่ะครับ (คลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่) ซึ่งทำให้ผมมีความสุขมาก และไม่เคยมีบัตรอวยพรวันคล้ายวันเกิดของผมในปีใดที่ผ่านมา ที่ทำให้ผมมีความสุขเท่านี้เลย ขอบคุณมากนะครับน้องเอิ๊ก...

   

 

  วันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๑ 

เราสองคนตกลงใจว่า จะหมั้นกันก่อนสักประมาณ ๑ ปี ก่อนที่จะแต่งงานกัน ผมจึงได้เดินทางไปขอฤกษ์หมั้นจากพระครูอวยพร แห่งวัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นพระที่ผมและครอบครัวเคารพนับถือ ท่านได้ให้ฤกษ์หมั้นมาในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๗.๐๙ น. เราสองคนจึงได้ช่วยกันเตรียมการเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องจนครบถ้วน เช่น จองโรงแรม เชิญแขกผู้ใหญ่ เตรียมเสื้อผ้า เตรียมพานสินสอดทองหมั้นและขันหมาก เตรียมทีมงาน ของที่ระลึกและสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และจัดพิธีหมั้นระหว่างสองเราขึ้นในวันดังกล่าว ณ ห้องเพชรชมพู โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร (สามารถชมรายละเอียดและภาพพิธีหมั้นของเราได้ โดยคลิกที่นี่ครับ) มีญาติผู้ใหญ่ บรรดาญาติของเราสองคน พี่น้อง เพื่อนสนิท และแขกอื่นๆ รวมประมาณ ๖๐ คน พิธีผ่านไปด้วยความสวยงาม ราบรื่น และประทับใจ โดยทางโรงแรมได้ดูแลเอาใจใส่งานของเราเป็นอย่างดี จึงขอขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องมา ณ โอกาสนี้


   

   เพื่อตอบแทนคู่หมั้นที่แสนดี   

ในโอกาสที่สองเราได้หมั้นหมายกันดังกล่าว ผมได้สร้างความประหลาดใจและประทับใจให้กับน้องเอิ๊ก คู่หมั้นแสนสวยของผม โดยจัดทำเป็นหนังสือบันทึกความในใจที่ผมบันทึกมาตั้งแต่เริ่มรู้จักและคบหาน้องเอิ๊กตั้งแต่พบครั้งแรก เริ่มรู้จัก สนิทสนม เริ่มคบหา บอกรัก ขอแต่งงาน ไปสู่ขอกับครอบครัวของเธอ จนกระทั่งถึงวันหมั้นที่เรารอคอย ฯลฯ ผมจัดพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์เป็นรูปเล่มสวยงามพร้อมภาพประกอบ แล้วมอบให้เธอในวันหมั้น แม้ว่าอาจจะไม่สวยงามขนาดมืออาชีพ แต่ก็ทำด้วยใจ พอเธอได้รับและอ่านจบ เล่นเอาเธอซึ้งไปเลยครับ (แหม...เขินจัง...)

นอกจากนี้ (เนื่องจากผมเป็นคนที่ชอบเล่นคอมพิวเตอร์และเป็นเว็บมาสเตอร์) ผมได้ทำ Presentation เป็นพิเศษสำหรับน้องเอิ๊ก ๑ ชุด ประกอบเพลง "ใช่เลย" ของ ไท ธนาวุฒิ เพื่อยืนยันให้เธอทราบและมั่นใจว่า เธอคือคนที่ "ใช่เลย" ที่ผมรอคอยมาตลอด ๔๐ กว่าปี เพื่อจะมาพบในวันนี้และเป็นคู่ชีวิตกันตลอดไป ผมขอนำ Presentation ดังกล่าวมาลงในเว็บ แต่น้องเอิ๊กห้ามไว้ เธอบอกเขิน งั้นขอลงแค่ตัวอย่างบางหน้าก็แล้วกันนะครับ...

   
     

     - To be continued -


Sirirak - Kamoltham
"...Behind the Scene of Love..."
www.eark-mong.net