ผมรีบตื่นตั้งแต่เช้ามืด
ขับรถออกจากบ้านที่ถนนสุทธิสารเพื่อไปรับน้องเอิ๊กที่บ้านบางขุนเทียน
เกิดมาก็เพิ่งเคยตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่แล้วขับรถออกจากบ้านนี่ล่ะครับ
นี่ถ้าไม่ใช่วันสำคัญของเรา ผมคงยังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียงนอนแล้ว
แต่นี่คือวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๑ วันที่เราสองคน น้องเอิ๊กกับผม
จะเข้าสู่พิธีหมั้นหมายตามประเพณีเพื่อก้าวไปสู่การใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
จะให้มัวทำตัวเป็นบังอรเอาแต่นอนอยู่ได้อย่างไร
(ความจริงนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนด้วยความตื่นเต้ล..ล..ล..ล)
ยังไงก็ต้องรีบตื่นแต่เช้า
เพื่อไปรับน้องเอิ๊กที่บ้านไปร่วมพิธีหมั้นของเราที่โรงแรม ดิ
เอมมอรัลด์ ให้ทันฤกษ์ ๗.๐๙ น.ในวันนี้ให้จงได้ แหม..คิดแล้วฮึกเหิม
มีกำลังใจ รีบขับรถไปบ้านน้องเอิ๊กอย่างมีความสุข
ระหว่างทางผมก็นัดพบกับคุณอำไพฯ บริเวณหน้าห้างโลตัส สาขาพระราม ๒
คุณอำไพเป็นหนุ่มใหญ่
เจ้าของรถยนต์ตู้ที่ผมเช่ามาเพื่อใช้รับบรรดาญาติๆของเราสองคนไปร่วมงานหมั้นที่โรงแรม
ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก (เพื่อความสะดวกน่ะครับ
จะได้ไม่ต้องขับรถตามกันไปหลายคันไงล่ะ)
ผมขับรถนำคุณอำไพไปจนถึงบ้านน้องเอิ๊ก นัดแนะเวลากันเป็นที่เรียบร้อย
ก่อนขับรถออกไปรับน้องเอิ๊กที่ร้านทำผมปากซอย
(น้องเอิ๊กกับคุณแม่ออกไปแต่งหน้าทำผมตั้งแต่ตีสี่กว่าๆแล้วล่ะครับ)
พบน้องเอิ๊กทำสวยจวนจะเสร็จแล้ว พอแต่งหน้าทำผมเสร็จ
น้องเอิ๊กก็จำแลงกาย เปลี่ยนเป็นชุดสวยสีชมพู
ดูเป็นนางฟ้าน้อยของผมจริงๆ (เห่อคู่หมั้นครับ...ฮิๆๆ)
หลังจากนั้นผมก็รีบขับรถพาน้องเอิ๊กบึ่งขึ้นทางด่วนไปยังโรงแรม ดิ
เอมเมอรัลด์ ทันที ขนาดเผื่อเวลาไว้เป็นชั่วโมงแล้วเชียวนา
แต่ก็ยังไปถึงโรงแรมเอาเกือบหกโมงครึ่ง บรรดาญาติสนิท มิตรสหาย
และแขกเหรื่อเริ่มทะยอยมากันแล้ว เอาล่ะสิ
คุณเอิ๊กน่ะแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
แต่กระผมคู่หมั้นตัวดียังใส่เสื้อยืด นุ่งยีนส์อยู่เลย
ว่าแล้วก็รีบให้น้องเอิ๊กออกไปรับแขกเหรื่อก่อน ส่วนผมแอบแบกชุดสูท
วิ่งหลบมุมเข้าไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวในห้องน้ำของโรงแรม
โดยมีบรรดาแขกผู้มาร่วมงานที่บังเอิญแอบเห็น มองดูแบบงงๆว่า
อีตาคนนี้เป็นใคร วิ่งแบกสูททำหน้าตาเลิกลั่กผ่านไป เวลาผ่านไปสักครู่
เมื่อผมแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จ เดินทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมออกมารับแขก
ทุกคนถึงร้องอ๋อ ถึงบางอ้อว่า
อีตาคนนี้ก็คือว่าที่เข้าบ่าวตัวดีนั่นเอง...
|
|
พอได้เวลาเกือบ ๗
โมงเช้า ทุกคนก็เข้าไปรออยู่ในห้องเพชรชมพู
มีผมและคณะฝ่ายเจ้าบ่าว ตั้งแถวรออยู่หน้าห้อง
แบกสินสอดทองหมั้น ต้นกล้วย ต้นอ้อย
เป็นขบวนขันหมากกันอย่างครึกครื้น งานนี้ได้ฝาแฝด เอ-เอก
มาช่วยแบกต้นกล้วยและต้นอ้อยเป็นสีสันของงาน
มีน้องคอปเตอร์เชิญพานแหวนหมั้น น้องไหม น้องฝ้าย
ลูกสาวน่ารักของอัยการอัคคพล วิ่งไปมา
เพิ่มบรรยากาศอบอุ่นและสดใส (ขอแนะนำเลยนะครับว่า
งานมงคลแบบนี้ มีเด็กๆวิ่งขวักไขว่ไปมา
จะช่วยสร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี)
|
| |
|
|
|
๗ โมงเช้า ๙ นาที
คณะขันหมากของเราก็ไปรออยู่ตรงหน้าห้องเพชรชมพู
มีน้องผู้หญิงสองคนยืนถือสายสร้อยทองกั้นประตูเงินประตูทองตามประเพณี
เถ้าแก่กิตติมศักดิ์ของเรา (คุณพยนต์ พันธ์ศรี
อดีตเลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของผมเอง
และกรุณามาเป็นเถ้าแก่ให้กับผมในวันนี้)
ก็ขอผ่านเพื่อเข้าไปทำพิธีสู่ขอน้องเอิ๊ก
น้องเขาอิดเอื้อนนิดหน่อยพอเป็นพิธี
แต่ในที่สุดก็ยินยอมให้ผ่านได้โดยฉลุย
(ขอใช้ศัพท์วัยรุ่นหน่อยนะครับ...)
ให้ผมและคณะขันหมากเข้าสู่บริเวณพิธีภายในห้องเพชรชมพูด้วยความยินดี
|
| |
|
|
|
ใครไม่เคยผ่านพิธีแบบนี้คงไม่มีวันรู้หรอกครับว่า
ตื่นเต้นแค่ไหน ตื่นเต้นจนลืมบทสคริปต์ไปหมด
ไม่รู้จะต้องทำยังไงต่อไป (แหม..ก็คนมันไม่เคยนี่ครับ)
ดีที่คุณพิธีกรกิติมศักดิ์ (อาจารย์เบี้ยว -
คุณศุภนิตย์
วงษาลังกา )
คอยแนะนำให้ตลอดจนผมพอจะหายใจหายคอคล่องขึ้น
มองไปรอบๆเห็นบรรดาญาติๆและแขกผู้มาร่วมงานนั่งกันเต็มไปหมด
ประหม่าจนจำใครไม่ได้เลยครับ มองหาน้องเอิ๊กก็หาไม่เจอ
เพราะถูกเอาไปแอบไว้ข้างหลังห้องเพชรชมพูเสียแล้ว
แง...ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวหน้าเวที ทำไงดีล่ะเนี่ย...
|
| |
|
|
|
งานนี้ต้องขอขอบคุณโรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ โดยเฉพาะคุณแอนนี่
Sales Manager
ที่จัดงานได้อย่างสวยงามถูกใจ
ทั้งเวทียกพื้นที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกไม้ประดับสีสันสดสวย
แถมยังมีเสียงคนตรีไทยประกอบระหว่างพิธีเบาๆพอสร้างบรรยากาศ
ผมมองดูบรรยากาศในงานด้วยความปลาบปลื้ม
ขนาดว่าเคยมาดูห้องนี้มาก่อน รู้สึกว่าพอใจแล้ว
แต่พอได้มาอยู่ในบรรยากาศงานจริงๆ
(แถมยังเป็นงานหมั้นของตัวเองด้วย)
ยิ่งดูสวยงามและน่าประทับใจมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
พอได้เวลาอันสมควร น้องเอิ๊กก็ออกจากด้านหลัง
เดินผ่านกลางทางเดินระหว่างที่นั่งของแขก
มองดูราวกับนางฟ้าน้อยๆ ที่โบยบินออกมาทีเดียว
(เห่อคู่หมั้นอีกแร้ว..ว..ว..)
มาแอบรู้ทีหลังว่าน้องเอิ๊กก็ตื่นเต้นจนหาผมไม่เจอเหมือนกัน
ฮิๆๆ คิดว่าเราเป็นคนเดียว... |
| |
|
|
|
พิธีกรเชิญน้องเอิ๊กและผมขึ้นไปนั่งกับพื้นบนเวที
โดยมีแขกผู้ใหญ่นั่งเป็นบุคคลสำคัญและสักขีพยานในการหมั้น
ก็มีคุณพ่อคุณแม่ของน้องเอิ๊ก คุณพ่อของผม คุณพยนต์ พันธ์ศรี
(เถ้าแก่ของผม) และญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถืออีก ๓ ท่าน
หลังจากที่คุณพยนต์ พันธ์ศรี
กล่าวในฐานะเถ้าแก่เพื่อขอน้องเอิ๊กมาเป็นคู่ชีวิตของผม
จึงเดินทางมาขอหมั้นหมายไว้ก่อน
ด้วยสินสอดทองหมั้นและบรรดาของหมั้นอื่นๆในวันนี้
คุณพ่อคุณแม่ก็ถามความสมัครใจของน้องเอิ๊ก
เมื่อได้รับการยืนยัน
ท่านก็กรุณาตกลงยกลูกสาวคนสวยให้หมั้นหมายกับผมในที่สุด..(...แง..ปลื้ม...)
หลังจากนั้นก็เป็นไปตามรูปแบบการหมั้นตามประเพณี คือ
คุณพ่อคุณแม่ตรวจดูสินสอดทองหมั้น
ผมและน้องเอิ๊กสวมแหวนหมั้นให้กันและกัน
(แหม...ตื่นเต้นแทบแย่เลยครับ
มีสายตาของญาติๆและแขกผู้ร่วมงานนับร้อยๆตา มองลุ้นอยู่
กว่าจะสวมแหวนเสร็จ ลุ้นแทบแย่) พิธีรับไหว้
และอำนวยพรให้คู่หมั้นทั้งสองคนมีความสุข เป็นอันเสร็จพิธี
ก่อนจะถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก เริ่มตั้งแต่กลุ่มญาติผู้ใหญ่
ญาติสนิท เพื่อนสนิท และแขกทุกท่าน
สนุกสนานกันไปทั้งคู่หมั้นทั้งสองคนและผู้มาร่วมงาน
เสร็จแล้วก็เชิญทุกท่านร่วมรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม
เป็นอันเสร็จพิธี |
| |
|
|
|
หลังจากนั้น
ผมและน้องเอิ๊กก็ออกมาทักทายและขอบคุณแขกผู้มาร่วมงานทุกท่าน
พร้อมทั้งแจกของที่ระลึกซึ่งเป็นแผ่นแมกเน็ตที่ผมกับน้องเอิ๊กออกแบบกันเอง
ปรากฏว่าเป็นที่นิยมครับ เพราะแจกเกือบหมดเกลี้ยง
เหลือเก็บไว้เป็นที่ระลึกเองแค่ ๒-๓ ชิ้นเท่านั้น
ในที่สุด
งานหมั้นของเราก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
เหนื่อยหน่อยเพราะเราสองคนช่วยกันเตรียมการและจัดการแทบทุกอย่าง
นับตั้งแต่เลือกสถานที่ เลือกแบบการจัดเวที
เลือกอาหารและเครื่องดื่ม จัดเตรียมอุปกรณ์ขันหมาก
สินสอดทองหมั้น เตรียมวางตัวผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ เช่น
ผู้เชิญสิ่งของสำคัญในขบวนขันหมาก ช่างภาพ รถรับส่งญาติ
และอื่นๆอีกมากมาย แต่พองานผ่านพ้นไปด้วยดี ก็ปลื้มใจ
หายเหนื่อย
งานนี้ต้องขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่มีส่วนช่วยให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
ได้แก่ ญาติๆของเราทั้งสองคน
เพื่อนสนิทที่ช่วยดูแลหลายๆเรื่องแทนเรา รวมไปถึงโรงแรม ดิ
เอมเมอรัลด์
ที่จัดสถานที่และบริการต่างๆให้กับเราอย่างสวยงามสมเกียรติ
สมความภาคภูมิสำหรับงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตงานหนึ่ง
ขอขอบคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ครับ |
และอีกคนหนึ่งที่ผมต้องขอขอบคุณคือ คุณเอิ๊ก
คู่หมั้นสุดสวย...ว่าที่เจ้าสาว...และป็นนางฟ้าน้อยของผม
ที่ให้เกียรติรับหมั้นและจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับผู้ชายธรรมดาๆคนนี้
ทำให้ผมได้มีวันที่ภาคภูมิใจและมีความสุขที่สุด อย่างวันที่ ๒๐ มกราคม
๒๕๕๑ นี้ขึ้นมาได้ ...
แล้วพบกันอีกวันที่ ๘
มีนาคม ๒๕๕๒ ...วันสมรส สมรักของเรานะครับ
|