|
อันดับแรก แตร่น แตร้น แตร๊น ได้แก่
Swissotel Le Concord เพื่อนๆ ในเว็บ
WSQ
ยืนยันว่าห้องบอลรูมที่นี่แชนสวยมาก
ก็เลยชวนกันไปดูของจริงโดยไม่ได้นัดเซลล์ไว้ล่วงหน้า
แต่คุณเซลล์ก็ต้อนรับเราดีมาก อธิบายรายละเอียดแพ็กเกจต่างๆ
แล้วพาไปดูห้องพร้อมกับเปิดไฟทุกดวงให้เราดูว่าบรรยากาศจะออกมาประมาณไหน
เอิ๊กและพี่หม่องเห็นตรงกันว่า ห้องบอลรูมที่นี่งามมากๆ
เพดานห้องสูง แชนก็สวย
เราก็เลยตกลงใจทันทีว่าจะจัดงานที่นี่ล่ะ (ขออนุญาตท่านเจ้าของภาพด้วยนะคะ)
เอิ๊กอ้อนพี่หม่องว่าให้จองเหอะ พี่หม่องก็ตามใจ
(หรือรำคาญใจก็ไม่รู้)
คุยกับคุณเซลล์เรื่องการจองแต่พอคุณเซลล์ถามว่าแต่งวันไหน
ปรากฏว่าเราทั้งคู่อึ้งแบบไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้กันเลยจริงๆ
แล้วก็แอบสบตากันนิดนึงก่อนสารภาพไปว่ากำลังดูฤกษ์อยู่ค้าบ/ค่า
แต่เป็นช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าแน่นอน
คุณเซลล์ก็เลยแนะนำว่าถ้าเป็นปีนี้จนถึงก่อนตรุษจีนปีหน้า
มีคู่บ่าวสาวจองห้องจัดเลี้ยงหลายคู่
ประกอบกับวันที่ฤกษ์ดีมักเป็นวันเดียวกันซะส่วนใหญ่
อยากให้ได้วันที่แน่นอนจะได้คอนเฟิร์มว่าห้องยังว่างอยู่หรือไม่
เอิ๊กกับพี่หม่องก็เลยมีภารกิจต่อไปที่ต้องทำ คือ
ขอฤกษ์จากท่านพระครูอวยพร วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม
เอิ๊กกับพี่หม่องนัดจะไปวัดดอนยายหอมแต่ยังไม่ได้ไปซักที
ผลัดไปผลัดมาทั้งที่รู้ว่าต้องรีบแล้วนะ ก็ยังนิ่งนอนใจ
(อีกแล้ว)
เพราะเหตุนี้กว่าเอิ๊กกับพี่หม่องจะได้ไปกราบท่านพระครูอวยพรเพื่อขอฤกษ์
ก็ปลายเดือนกรกฎาคมแล้ว และท่านก็ให้ฤกษ์มาเป็นวันที่
8
มีนาคม 2552
พอได้ฤกษ์พี่หม่องก็รีบติดต่อกับทางโรงแรมแต่ปรากฏว่ามีคู่บ่าวสาวจองวันที่
8 มีนาไว้แล้ว แถมมี waiting
list อีก 2 คู่แน่ะ
ถ้าเราจะจองก็ต้องเป็น waiting list
ลำดับที่สาม
ซึ่งโอกาสได้ห้องยากมาก
เลยเริ่มรู้สึกแล้วว่าเรานิ่งนอนใจไปรึเปล่าเนี่ย
แต่ก็ม่ายเป็นไรคับ หากันต่อไป ระหว่างนั้นก็ปรึกษาญาติๆ
ไปด้วย มีญาติผู้ใหญ่ทางเอิ๊กท่านหนึ่งกรุณาแนะนำโรงแรม
The Imperial Queen's Park
ให้พร้อมให้เบอร์ติดต่อเซลล์โดยตรง
พี่หม่องบอกว่าเคยไปงานแต่งเพื่อนที่นี่ บรรยากาศดี อาหารอร่อย
แต่อาจมีปัญหาเรื่องรถติด เอิ๊กก็รีบหาข้อมูลทันที
แล้วก็มาตกหลุมรักกับห้องเรนโบว์ ที่ตั้งอยู่ชั้น
5
โอ้ว !!!
ห้องช่างน่ารักมากมาย
ไม่มีแชนไม่เป็นไรเพราะที่นี่มีไฟครบทุกสี
ธีมงานเราก็ไม่ต้องคิดมากแล้วดิ
ธีมสีอะไรก็เข้ากะห้องทั้งนั้น หุหุ

|
|
(ขออนุญาตท่านเจ้าของภาพด้วยนะคะ)
ห้องนี้มี
outdoor area
เปิดกระจกออกไปเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ชอบจังเลย
ทีนี้ก็เข้าสู่รอบคัดเลือกแว้ว ระหว่าง The
Emerald กับ The
Imperial Queen's Park
ถามพี่หม่องว่าเลือกที่ไหนดีน้า
พี่หม่องให้เราเลือก ชอบที่ไหนมากกว่ากัน
อนุมัติหมดครับ
งานนี้พี่ขอทุ่มสุดตัวเพื่อน้องเอิ๊ก
ด้วยความโลภก็เลยขอให้พี่หม่องโทรไปคุยกับเซลล์ของทั้งสองที่เลย
ปรากฏว่ามีจองไว้แล้วก่อนเราทั้งสองที่เลย
ยังไงคู่เราก็ต้องเป็น waiting list
พี่หม่องก็เลยก็ปลอบเราว่าไม่เป็นไร waiting
list ก็ waiting list
พี่เข้าคิวรอไว้ทั้งสองที่เลย
ถ้าเกิดคู่ที่จองเค้ายกเลิก คุณเซลล์จะโทรมาแจ้ง
ตอนนั้นยอมรับว่าวิตกกังวลเรื่องสถานที่มาก
งานแต่งงานครั้งนึงในชีวิตเราก็อยากให้ออกมาแบบที่ฝันไว้
ช่วงนั้นเอิ๊กก็เลยหงอยๆ
รอคุณเซลล์ติดต่อกลับอย่างเดียว ในที่สุดคุณเซลล์ของ
The Imperial Queen's Park
ก็โทรมาแจ้งว่าคู่ |
|
ที่จองห้องเรนโบว์วางมัดจำไปแล้ว
แต่เสนอห้อง Grand Ballroom
ให้ ซึ่งสามารถรองรับแขกได้ถึง 1,500
ท่าน และสามารถกั้นห้องได้
ซึ่งคำนวณแขกของเราก็คงประมาณ 400-500
ท่าน แต่ถ้าเลือกที่ The
Imperial Queen's Park
ก็จะไม่ได้ห้องเรนโบว์
เอิ๊กตั้งใจไว้แล้วว่า
ถ้าจัดที่นี่ต้องจัดที่ห้องเรนโบว์ให้ได้อ่ะนะ
ก็เลยต้องตัดใจปฏิเสธ แล้วรอ The
Emerald ต่อปาย ต่อมาทางเซลล์ของ
The Emerald
โทรมาแจ้งว่าคู่ที่จองก่อนหน้าเราเค้าคอนเฟิร์มแล้วค่ะ
ตอนที่รู้นะแบบว่าโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง
แล้วก็แอบคิดไว้แล้วด้วยว่าถ้าไม่ได้ที่ไหนจริงๆ
ก็จะปิดซอยที่บ้านเลี้ยงซะเลย โฮะโฮะ

|
|
และแล้วโชคก็เข้าข้าง เมื่อคุณแอนนี่
เซลล์โรงแรม The Emerald
โทรมาแจ้งว่าขอรอให้คู่ที่จองก่อนเราคอนเฟิร์มภายใน
1 อาทิตย์ ถ้าเค้าไม่คอนเฟิร์ม
คิวต่อไปก็เป็นคู่เราแล้ว ผ่านไป 1
อาทิตย์
คู่ที่จองก่อนเค้ามีปัญหาต้องรอว่าที่เจ้าบ่าวกลับจากต่างประเทศ
คู่เราเลยขยับมาเป็นเบอร์หนึ่ง
ทีนี้เราไม่โอ้เอ้เหมือนตะก่อนแล้ว
ชวนพี่หม่องไปดูห้องทันที ที่ The
Emerald มีอยู่ 2
ห้องที่น่าสนใจ คือ ห้องพาโนรามา
จุดเด่นของห้อง คือ ล้อมรอบด้วยกระจกค่ะ
และอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม
มองเห็นวิวแสงสียามราตรีได้รอบทิศ ห้องดูอบอุ่น
แต่ติดตรงที่เพดานค่อนข้างเตี้ย และมีเสาในห้อง
ทำให้ดูไม่โปร่งเท่าที่ควร
ประกอบกับห้องจุแขกได้ประมาณ 250-300
ท่านไม่พอสำหรับแขกเรา
ที่สำคัญไฟเพดานไม่เป็นแชนเดอร์เลียแบบที่เราชอบ
ลักษณะของห้องตามรูปด้านข้างค่ะ
(ขออนุญาตท่านเจ้าของภาพด้วยนะคะ) |
|
ส่วนอีกห้อง คือ ห้อง
Grand
Ballroom ค่ะ
ที่แปลกก็คือเอิ๊กกับพี่หม่องไม่เคยเข้าไปดูห้อง Grand
Ballroom เลย เข้าใจว่าห้องนี้ไม่มี
แชนด้วย
เพราะตอนจัดงานหมั้น
เราบอกกับคุณแอนนี่ซึ่งเป็นฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมไปว่าจะเชิญแขกเฉพาะญาติๆ
กับเพื่อนสนิทไม่เกิน 60 ท่าน
คุณแอนนี่เลยแนะนำห้องเพชรชมพู
พอวันนี้ได้มีโอกาสชมห้องปรากฏว่ามีแชนด้วยล่ะ
เย้ !!
เอิ๊กเลยตกลงเลือกห้องนี้แบบไม่ลังเล
อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าเคยจัดงานหมั้นที่นี่แล้วงานออกมาไปเรียบร้อยดี
และเราเองก็คุ้นเคยกับคุณแอนนี่ด้วย
ตอนนี้สรุปว่าเอิ๊กกับพี่หม่องได้สถานที่แล้วนะคะ
ห้องนี้ล่ะที่จะจัดงานของเรา
(ขออนุญาตท่านเจ้าของภาพนะคะ)
 |
ก่อนจะจบตอนนี้อยากฝากข้อคิดไว้นิดนึงสำหรับว่าที่บ่าว-สาวที่กำลังเตรียมงานอยู่ว่าเรื่องฤกษ์เนี่ยสำคัญมากนะคะ
อย่างน้อยถ้ามีฤกษ์ที่แน่นอนแล้ว เราก็จะวางแผนงานเรื่องอื่นๆ
ได้สะดวกขึ้นอีกมาก สมมติเราจะจองช่างถ่ายภาพ
เวลาเรามัดจำไปแล้วเราก็สามารถแฟ็กซ์รายละเอียดสถานที่จัดงานให้เค้าก่อนได้เพื่อให้ช่างภาพได้มีเวลาเตรียมตัวหามุมให้เราได้ถ่ายรูปออกมาสวยสมใจค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนนี้นะคะ
คราวหน้าจะมีเรื่องอะไรมาเล่าให้ฟังนั้นต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ

|