เล่าเรื่องโดย  น้องเอิ๊ก

 

หลังจากวันหมั้น ( 20 มกราคม 2551) ผ่านไปแล้ว เราทั้งคู่ก็นิ่งนอนใจเรื่องงานแต่ง เพราะคิดว่าการเตรียมการคงคล้ายๆ กัน และเราก็เป็นผู้มีประสบการณ์จากงานหมั้นมาแล้ว ประกอบกับเคยตกลงกันไว้ว่าเราค่อยๆ เตรียมการกันไปนะ ไม่ต้องรีบร้อน ดังนั้น ภารกิจที่เราเข้าใจเอาเองว่าเป็นเป้าหมายแรกก็คือ  ดูงาน (ในประเทศ) ซัก 3-4 งานก่อน เพื่อให้ได้ไอเดียดีๆ  ดูงานจนผ่านไป 4 เดือน ถึงเดือนมิถุนายน 2551 เอิ๊กกับพี่หม่องก็ไปร่วมแจมงานแต่งของเพื่อนๆ พี่ๆ มาแล้วก็หลายงาน ชอบทุกงานเลย แต่ว่าเราจะจัดที่ไหนดีล่ะ คราวนี้ก็มาถึงภารกิจที่สองแล้ว คือ หาที่จัดเลี้ยง ที่เราเล็งไว้อันดับแรกเลยก็คือ The Emerald นี่แหละประทับใจตั้งกะงานหมั้นแล้ว แต่ก็แอบอยากลองดูที่อื่นด้วย  พี่หม่องเองไม่มีปัญหายกให้เอิ๊กเป็นคนเลือกที่ถูกใจที่สุด (น่ารักจัง) พอเอิ๊กบอกว่าอยากได้ห้องจัดเลี้ยงที่มีโคมไฟระย้า แบบที่เค้าเรียกว่า แชนเดอร์เลีย แบบอลังการงานสร้าง พี่หม่องก็ (เออ) ตามใจแชนก็แชนคับ  เอิ๊กก็หารีบหาข้อมูลทันทีและก็คำนวนเรื่องงบประมาณไปด้วย  และแล้วก็ได้สถานที่ในดวงใจ

อันดับแรก แตร่น แตร้น แตร๊น ได้แก่ Swissotel Le Concord  เพื่อนๆ ในเว็บ WSQ ยืนยันว่าห้องบอลรูมที่นี่แชนสวยมาก ก็เลยชวนกันไปดูของจริงโดยไม่ได้นัดเซลล์ไว้ล่วงหน้า แต่คุณเซลล์ก็ต้อนรับเราดีมาก อธิบายรายละเอียดแพ็กเกจต่างๆ แล้วพาไปดูห้องพร้อมกับเปิดไฟทุกดวงให้เราดูว่าบรรยากาศจะออกมาประมาณไหน  เอิ๊กและพี่หม่องเห็นตรงกันว่า ห้องบอลรูมที่นี่งามมากๆ เพดานห้องสูง แชนก็สวย เราก็เลยตกลงใจทันทีว่าจะจัดงานที่นี่ล่ะ  (ขออนุญาตท่านเจ้าของภาพด้วยนะคะ)
เอิ๊กอ้อนพี่หม่องว่าให้จองเหอะ พี่หม่องก็ตามใจ (หรือรำคาญใจก็ไม่รู้)
คุยกับคุณเซลล์เรื่องการจองแต่พอคุณเซลล์ถามว่าแต่งวันไหน ปรากฏว่าเราทั้งคู่อึ้งแบบไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้กันเลยจริงๆ แล้วก็แอบสบตากันนิดนึงก่อนสารภาพไปว่ากำลังดูฤกษ์อยู่ค้าบ/ค่า แต่เป็นช่วงปลายปีนี้
หรือต้นปีหน้าแน่นอน คุณเซลล์ก็เลยแนะนำว่าถ้าเป็นปีนี้จนถึงก่อนตรุษจีนปีหน้า มีคู่บ่าวสาวจองห้องจัดเลี้ยงหลายคู่ ประกอบกับวันที่ฤกษ์ดีมักเป็นวันเดียวกันซะส่วนใหญ่ อยากให้ได้วันที่แน่นอนจะได้คอนเฟิร์มว่าห้องยังว่างอยู่หรือไม่  เอิ๊กกับพี่หม่องก็เลยมีภารกิจต่อไปที่ต้องทำ คือ ขอฤกษ์จากท่านพระครูอวยพร วัดดอนยายหอม  จังหวัดนครปฐม

เอิ๊กกับพี่หม่องนัดจะไปวัดดอนยายหอมแต่ยังไม่ได้ไปซักที ผลัดไปผลัดมาทั้งที่รู้ว่าต้องรีบแล้วนะ ก็ยังนิ่งนอนใจ (อีกแล้ว)  เพราะเหตุนี้กว่าเอิ๊กกับพี่หม่องจะได้ไปกราบท่านพระครูอวยพรเพื่อขอฤกษ์ ก็ปลายเดือนกรกฎาคมแล้ว  และท่านก็ให้ฤกษ์มาเป็นวันที่ 8 มีนาคม 2552 พอได้ฤกษ์พี่หม่องก็รีบติดต่อกับทางโรงแรมแต่ปรากฏว่ามีคู่บ่าวสาวจองวันที่ 8 มีนาไว้แล้ว  แถมมี waiting list  อีก 2 คู่แน่ะ ถ้าเราจะจองก็ต้องเป็น waiting list ลำดับที่สาม ซึ่งโอกาสได้ห้องยากมาก เลยเริ่มรู้สึกแล้วว่าเรานิ่งนอนใจไปรึเปล่าเนี่ย แต่ก็ม่ายเป็นไรคับ หากันต่อไป ระหว่างนั้นก็ปรึกษาญาติๆ ไปด้วย  มีญาติผู้ใหญ่ทางเอิ๊กท่านหนึ่งกรุณาแนะนำโรงแรม The Imperial Queen's Park ให้พร้อมให้เบอร์ติดต่อเซลล์โดยตรง พี่หม่องบอกว่าเคยไปงานแต่งเพื่อนที่นี่ บรรยากาศดี อาหารอร่อย  แต่อาจมีปัญหาเรื่องรถติด เอิ๊กก็รีบหาข้อมูลทันที แล้วก็มาตกหลุมรักกับห้องเรนโบว์ ที่ตั้งอยู่ชั้น 5 โอ้ว !!! ห้องช่างน่ารักมากมาย ไม่มีแชนไม่เป็นไรเพราะที่นี่มีไฟครบทุกสี   ธีมงานเราก็ไม่ต้องคิดมากแล้วดิ  ธีมสีอะไรก็เข้ากะห้องทั้งนั้น หุหุ

(ขออนุญาตท่านเจ้าของภาพด้วยนะคะ)  ห้องนี้มี outdoor area เปิดกระจกออกไปเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ชอบจังเลย ทีนี้ก็เข้าสู่รอบคัดเลือกแว้ว ระหว่าง  The Emerald กับ The Imperial Queen's Park ถามพี่หม่องว่าเลือกที่ไหนดีน้า พี่หม่องให้เราเลือก ชอบที่ไหนมากกว่ากัน อนุมัติหมดครับ งานนี้พี่ขอทุ่มสุดตัวเพื่อน้องเอิ๊ก ด้วยความโลภก็เลยขอให้พี่หม่องโทรไปคุยกับเซลล์ของทั้งสองที่เลย ปรากฏว่ามีจองไว้แล้วก่อนเราทั้งสองที่เลย ยังไงคู่เราก็ต้องเป็น waiting list พี่หม่องก็เลยก็ปลอบเราว่าไม่เป็นไร waiting list ก็ waiting list พี่เข้าคิวรอไว้ทั้งสองที่เลย ถ้าเกิดคู่ที่จองเค้ายกเลิก คุณเซลล์จะโทรมาแจ้ง ตอนนั้นยอมรับว่าวิตกกังวลเรื่องสถานที่มาก งานแต่งงานครั้งนึงในชีวิตเราก็อยากให้ออกมาแบบที่ฝันไว้ ช่วงนั้นเอิ๊กก็เลยหงอยๆ รอคุณเซลล์ติดต่อกลับอย่างเดียว ในที่สุดคุณเซลล์ของ  The Imperial Queen's Park ก็โทรมาแจ้งว่าคู่

ที่จองห้องเรนโบว์วางมัดจำไปแล้ว แต่เสนอห้อง Grand Ballroom  ให้ ซึ่งสามารถรองรับแขกได้ถึง 1,500 ท่าน และสามารถกั้นห้องได้ ซึ่งคำนวณแขกของเราก็คงประมาณ 400-500 ท่าน แต่ถ้าเลือกที่ The Imperial Queen's Park ก็จะไม่ได้ห้องเรนโบว์ เอิ๊กตั้งใจไว้แล้วว่า ถ้าจัดที่นี่ต้องจัดที่ห้องเรนโบว์ให้ได้อ่ะนะ ก็เลยต้องตัดใจปฏิเสธ แล้วรอ  The Emerald ต่อปาย  ต่อมาทางเซลล์ของ The Emerald โทรมาแจ้งว่าคู่ที่จองก่อนหน้าเราเค้าคอนเฟิร์มแล้วค่ะ ตอนที่รู้นะแบบว่าโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง แล้วก็แอบคิดไว้แล้วด้วยว่าถ้าไม่ได้ที่ไหนจริงๆ ก็จะปิดซอยที่บ้านเลี้ยงซะเลย โฮะโฮะ

 

และแล้วโชคก็เข้าข้าง เมื่อคุณแอนนี่ เซลล์โรงแรม The Emerald โทรมาแจ้งว่าขอรอให้คู่ที่จองก่อนเราคอนเฟิร์มภายใน 1 อาทิตย์ ถ้าเค้าไม่คอนเฟิร์ม คิวต่อไปก็เป็นคู่เราแล้ว ผ่านไป 1 อาทิตย์ คู่ที่จองก่อนเค้ามีปัญหาต้องรอว่าที่เจ้าบ่าวกลับจากต่างประเทศ คู่เราเลยขยับมาเป็นเบอร์หนึ่ง ทีนี้เราไม่โอ้เอ้เหมือนตะก่อนแล้ว ชวนพี่หม่องไปดูห้องทันที ที่  The Emerald มีอยู่ 2 ห้องที่น่าสนใจ คือ ห้องพาโนรามา จุดเด่นของห้อง คือ ล้อมรอบด้วยกระจกค่ะ และอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม มองเห็นวิวแสงสียามราตรีได้รอบทิศ ห้องดูอบอุ่น แต่ติดตรงที่เพดานค่อนข้างเตี้ย และมีเสาในห้อง ทำให้ดูไม่โปร่งเท่าที่ควร ประกอบกับห้องจุแขกได้ประมาณ 250-300 ท่านไม่พอสำหรับแขกเรา ที่สำคัญไฟเพดานไม่เป็นแชนเดอร์เลียแบบที่เราชอบ  ลักษณะของห้องตามรูปด้านข้างค่ะ (ขออนุญาตท่านเจ้าของภาพด้วยนะคะ)

ส่วนอีกห้อง คือ ห้อง Grand Ballroom ค่ะ ที่แปลกก็คือเอิ๊กกับพี่หม่องไม่เคยเข้าไปดูห้อง Grand Ballroom เลย เข้าใจว่าห้องนี้ไม่มี
แชนด้วย  เพราะตอนจัดงานหมั้น เราบอกกับคุณแอนนี่ซึ่งเป็นฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมไปว่าจะเชิญแขกเฉพาะญาติๆ กับเพื่อนสนิทไม่เกิน
60 ท่าน  คุณแอนนี่เลยแนะนำห้องเพชรชมพู  พอวันนี้ได้มีโอกาสชมห้องปรากฏว่ามีแชนด้วยล่ะ   เย้ !! เอิ๊กเลยตกลงเลือกห้องนี้แบบไม่ลังเล อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าเคยจัดงานหมั้นที่นี่แล้วงานออกมาไปเรียบร้อยดี และเราเองก็คุ้นเคยกับคุณแอนนี่ด้วย   ตอนนี้สรุปว่าเอิ๊กกับพี่หม่องได้สถานที่แล้วนะคะ ห้องนี้ล่ะที่จะจัดงานของเรา
 (ขออนุญาตท่านเจ้าของภาพนะคะ)

ก่อนจะจบตอนนี้อยากฝากข้อคิดไว้นิดนึงสำหรับว่าที่บ่าว-สาวที่กำลังเตรียมงานอยู่ว่าเรื่องฤกษ์เนี่ยสำคัญมากนะคะ อย่างน้อยถ้ามีฤกษ์ที่แน่นอนแล้ว เราก็จะวางแผนงานเรื่องอื่นๆ ได้สะดวกขึ้นอีกมาก สมมติเราจะจองช่างถ่ายภาพ เวลาเรามัดจำไปแล้วเราก็สามารถแฟ็กซ์รายละเอียดสถานที่จัดงานให้เค้าก่อนได้เพื่อให้ช่างภาพได้มีเวลาเตรียมตัวหามุมให้เราได้ถ่ายรูปออกมาสวยสมใจค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตอนนี้นะคะ คราวหน้าจะมีเรื่องอะไรมาเล่าให้ฟังนั้นต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ

 

Sirirak - Kamoltham
"...Wedding Place..."
www.eark-mong.net